ความขยันแบบเขื่อนแตก
...เรื่องเล่าชีวิตวันนี้...
ความสำเร็จของคนคนหนึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายหลายปัจจัย ปัจจัยที่สำคัญคือเรื่องการที่จิตของคนคนนั้นเอาจริงกับเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้น เช่นถ้าอยากจะเป็นคนรวย เขาจะหาลู่ทางมองทุกอย่างที่จะทำให้เขารวย หลังจากมองเห็นแล้ว เขาจะลงไปศึกษา ลงรายละเอียดต่างๆ แบบขมักเขม้น มีอาการตื่นตัวตื่นใจอยู่ตลอดเวลา เหมือนได้เจอของเล่นชิ้นใหม่ ที่สร้างพลังให้มากมายให้อยากอยู่กับของเล่นนั้น ของเล่นนั้นเป็นเสมือนกับนางฟ้า มีความสุขมากเมื่ออยู่กับนางฟ้า รู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึก สิ่งแรกที่นึกถึงก็คือนางฟ้า อาการแบบนี้เรียกว่าอาการหมกมุ่น หรือเป็นจิตตะ ที่ทำให้เกิดความพอใจ พอใจแล้วก็พอใจ หรือเป็นฉันทะ
ความพอใจหรือฉันทะ เมื่อบวกเข้าไปกับจิตตะหรืออาการหมกมุ่น ก็จะเกิดความพยายามแบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน อาจเรียกได้ว่าเป็นความพยายามถึงขั้นยอมตายถ้าทำไม่สำเร็จ นี่เรียกว่าเกิดความเพียร หรือวิริยะ ที่ความเพียรนี้จะเพียรไปเรื่อยเรื่อย แม้ความสำเร็จยังไม่ได้เกิดขึ้น ก็จะเกิดการปรับปรุงแก้ไขวิธีการ เพื่อให้ความสำเร็จเกิดขึ้นให้ได้ พูดง่ายง่ายก็คือสนุกกับการได้ทำ ปรับปรุงวิธีการ แก้ไขปัญหา เรียนรู้ความรู้ใหม่ ฉลาดหลักแหลมขึ้น จนกระทั่งไขความลับของความสำเร็จได้เบ็ดเสร็จ นี่เรียกว่าวิมังสา หรือการปรับปรุงวิธีการไปเรื่อยเรื่อย ทั้งหมดรวมเรียกว่าอิทธิบาทสี่ หรืออาการสี่ประการที่ทำให้คนมีฤทธิ์
คนทุกคนสามารถมีฤทธิ์ได้ ถ้าใจเกิดอาการฉันทะ จิตตะ วิริยะ และวิมังสา รวมเรียกว่าอิทธิบาทสี่ จะช่วยให้ใครคนนั้นหากอยากจะทำอะไร จะประสบความสำเร็จ ไม่มีทางไม่ประสบความสำเร็จ
อิทธิบาทสี่มักถูกรบกวนโดยความคิดที่มาจากสมอง สมองชอบยื่นขาเข้ามาขวางทำให้อิทธิบาทสี่ ถูกรบกวน มันยากนะ มันเป็นไปไม่ได้นะ เราไม่พร้อมนะ เคยมีคนทำอย่างเราแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เราเป็นคนเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า มีคนอื่นต้องเดือดร้อนเพราะเราถ้าเราทำผิดพลาด เหล่านี้คือตัวอย่างของความคิด ที่เป็นฝีมือของสมองคลอดความคิดเหล่านี้ออกมาเพื่อทำลายพลังของอิทธิบาทสี่
ดังนั้นอิทธิบาทสี่จะเกิดได้ ใจคนนั้นจะต้องเหนือความคิด นั่นหมายถึงว่าเป็นยังไงเป็นกัน เหตุผลไม่มี มีแต่ความรู้สึกในใจ ใช้ความรู้สึกในใจนำทาง ศรัทธาและเชื่อในปัญญาของตัวเอง มุ่งพิสูจน์ความจริงว่าตัวเองทำได้ด้วยการจะทำให้ดู แม้จะต้องตายก็ยอม เป็นลักษณะเดียวกับอาการทุบหม้อข้าวให้แตก เมื่อไม่มีข้าวจะกิน ผลแห่งการดำรงอยู่อย่างมั่นคงปลอดภัยก็ไม่มี ทำให้ชีวิตได้เดินทางไปตายเอาดาบหน้า มีความฝันเป็นเดิมพัน ใจเหมือนมีอาการลุกไหม้ ส่องแสงสว่างปล่อยพลังงานออกมาอยู่ตลอดเวลา
อิทธิบาทสี่จึงเป็นฝ่ายของจิตใจล้วนล้วน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสมอง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับความคิด ถือเป็นสัมมาทิฏฐิ หรือความเห็นที่ถูกต้อง หรือความเข้าใจที่ถูกต้อง ที่ไม่ปรากฏอาการลังเลสงสัย ไม่เหลือคำถามใดใดที่ต้องหาคำตอบต่อการเดินไปสู่ฝันของตัวเอง
คนเมื่อได้ออกเดินทางพร้อมอิทธิบาทสี่ การหันหลังกลับจะไม่มี มีแต่การเดินหน้า และทั้งสากลจักรวาลจะเฝ้ามอง พร้อมทั้งส่งกำลังใจคอยช่วยเหลือ จะเห็นว่าคนที่มีอิทธิบาทสี่ จะเกิดปาฏิหาริย์ในเวลาคับขัน ในเวลาที่ยากลำบาก เหมือนมีการช่วยเหลือโดยบางสิ่ง บางสิ่งนี้คืออะไร คนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วและอยู่กับอิทธิบาทสี่มาแล้ว หลายคนเรียกมันว่าวาสนา มือที่มองไม่เห็น ปาฏิหาริย์ คนดีผีคุ้ม เทวดาคอยช่วย ถือเป็นเรื่องเร้นลับอย่างนึงก็ว่าได้
เรื่องราวของความสำเร็จ จึงเป็นเรื่องของเก่งบวกเฮง เก่งคือความรู้ที่มีอิทธิบาทสี่ประคองความรู้ ส่วนเฮง ก็คือเรื่องของวาสนา มีบางสิ่งช่วยที่อธิบายไม่ได้ ที่ไม่ใช่ความบังเอิญ
ใครอยากเจอเรื่องเร้นลับ ไม่ยากเลย แค่หาความฝันของตัวเองให้เจอ แล้วทุบหม้อข้าวเพื่อไม่ให้มีข้าวกิน แล้วออกเดินทางไปล่าฝัน ยามไม่เหลืออะไรเลย ความขยันจะมาแบบเขื่อนแตก การดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดจะดึงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวออกมา อย่าลืมเรื่องคุณงามความดีของของตัวเองต้องมีอยู่ในตัวให้มากๆ เพื่อจะได้ให้บางสิ่งเมตตา และช่วยเหลือพาวาสนามา พามือที่มองไม่เห็นมา พาปาฏิหาริย์มา แล้วจบลงที่ความสำเร็จ
28/5/69...
.........