หัวเราะ เท่ากับ ร้องไห้
...เรื่องเล่าชีวิตวันนี้...
หัวเราะ เท่ากับ ร้องไห้ ความในใจจากแวนโก๊ะ กับชีวิตที่ไม่มีอะไรให้พอใจในสายตาเขา ตอนมีชีวิตอยู่
โลกใบนี้มันห่วย คนมีแต่อวดกันไปอวดกันมา หาความจริงใจไม่ได้ ดีใจก็อวด เสียใจก็ป่าวประกาศ ไม่พอใจก็ตะโกน เก็บสติ หาความสงบไม่ได้ ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมคนต้องเป็นแบบนี้ เป็นเหมือนกันไปหมด เก่งแต่ปากกันทั้งนั้น ไม่ยอมลงมือทำให้เห็น ยุคผมก็เหมือนยุคนี้ มันคงเป็นเรื่องของ DNA ที่สืบต่อกันมา ทำให้คนเก่งแต่ปาก ขี้เกียจ ไม่เอาจริง และขี้อวดเป็นที่หนึ่ง
อย่างผู้หญิงบางคน หน้าตาดี ก็หาความสุขกับการโชว์อึ๋มทั้งวัน ไม่มีความละอายใจซักนิดเดียว ต่างจากโสเภณียุคผม ดูเธอยังเรียบร้อยกว่านี้ ทฤษฎีเรื่องปมออดิปุสของฟรอยด์มันเป็นจริงจริงๆ ยุคสมัยผมไม่เจริญแบบนี้ มีคนชนชั้นอยู่ก็จริง แต่คนชั้นล่างก็ไม่เคยอวดตัวเองแกล้งทำว่าตัวเองเป็นคนชนชั้น ในยุคผมคนจนก็จน พวกเขารู้จักเจียมตัว ผิดกับยุคนี้ ฉิบหายเพราะแกล้งรวยกันทั้งนั้น
นักปราชญ์ยุคผมมีไม่มากมายนัก เรียกว่านักคิด ผิดกับในวันนี้ที่ทุกหย่อมหญ้าเต็มไปด้วยนักคิด เหตุผลจึงทะลักท่วมใจ ปิดบังปัญญาให้ไม่สามารถเห็นความจริง คำว่า "แต่" จึงเต็มไปหมด คุยด้วยแล้วโคตรปวดหัว ถ้าผมมาอยู่ในยุคนี้ ผมคงต้องตัดหูตัวเองอีกหูแน่
ถ้าพูดถึงความจริงใจ ยุคผมก็ดีกว่าเยอะ เวลาที่ผมไม่มีกิน มีคนเอื้อเฟื้อ แบ่งปันผม ไม่ดูถูกผม ให้ที่พักพิงผม เมตตาทำกับข้าวให้ผมกิน ผมไม่รู้จะตอบแทนอะไรเขา นอกจากวาดภาพให้เขาเป็นที่ระลึก เขาไม่เคยดูถูกภาพฝีมือผมเลย ผิดกับไอ้โกแกง มันชอบหาว่าผมวาดภาพมั่ว ไม่มีในตำรา ซึ่งต่อมาโลกก็บัญญัติให้ภาพฝีมือผมเป็นภาพในแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ ผมได้แต่นั่งสะใจในอีกโลกของผม
ผมก็ว่าแล้ว ตอนที่ผมมีชีวิตอยู่ ทำไมผมต้องสร้างงานตามแนวทางของคนอื่น ไอ้ที่ทำตามๆกันมาจะถูกฉีกแหวกแนวออกไปให้แตกต่างไม่ได้หรอกหรือ นี่ก็คืออีกเรื่องที่ผมตัดสินใจตัดหูผมทิ้ง เพราะผมคิดว่า ชีวิตมีให้กบฎ ไม่ได้มีให้เป็นทาสความคิดและจารีตประเพณีของคนรุ่นก่อน คนต้องไม่เป็นควายที่ถูกสนตะพาย และต้องไม่กลัว
คนต้องไม่ให้อะไรมาทำลายความฝัน และการตั้งคำถามกับชีวิต กับทางเดินของชีวิตเป็นเรื่องที่จำเป็น อย่านั่งนอนทับความฝันของตัวเอง เพราะลืมว่าชีวิตมีวันสิ้นสุด วันที่ผมไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ ผมตัดสินใจหาปืน แล้วเลือกที่จะจบชีวิตของตัวเอง เพราะอยู่ต่อไป ก็ไม่ได้ทำห่าอะไร
ชีวิตทุกคนล้วนจบลงด้วยความเศร้ากันทั้งนั้น ทุกคราที่คนหัวเราะอย่างมีความสุข คนไม่เคยรู้หรอกว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้องไห้ตามมา
"หัวเราะ เท่ากับร้องไห้" จึงเป็นสัจจะความจริงของชีวิต อย่ามัวแต่หัวเราะกับชีวิตอยู่เลย ไม่อย่างงั้นชีวิตจะกระจอกลงไปเรื่อยๆ
หมายเหตุ ได้แรงบันดาลใจจากการอ่านประวัติของแวนโก๊ะ

...3/02/2567...
.........