ต้องรู้ขั้นตอนเหล่านี้ หาคำตอบก่อนการตัดสินใจลงทุนโครงการที่อยากทำ
วิชาวิเคราะห์โครงการ ที่เคยเรียนในป.ตรี ถึง ป.โท ไม่เคยคิดในตอนนั้นว่า มันจะเป็นประโยชน์มาก ตอนนั้นรู้แต่ว่า ถ้าอยากจะทำโครงการอะไร ต้องวิเคราะห์ก่อน ได้ตัวเลขออกมาแล้ว จึงค่อยตัดสินใจลงทุน
คนมีวิชา จะไม่ตัดสินใจลงทุนอย่างง่ายๆ สาเหตุเพราะเงินทุนของคนมีจำกัด พลาดท่าเสียทีขึ้นมา เงินทุนหดหาย ชีวิตกลายเป็นลำบาก ไปไหนมาไหน ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ด้วย เพราะกลัวจะไปยืมเงิน
ความรู้ทางวิชาการ เรื่องตัดสินใจลงทุน มีขั้นตอนดังนี้
1. โครงการหรือธุรกิจที่อยากทำ ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า อยู่ในตลาดสินค้าอะไร ตลาดสินค้ามี 4 ตลาด ได้แก่
(1.1) ตลาดแข่งขัน
(1.2) ตลาดผู้ขายน้อยราย
(1.3) ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
(1.4) ตลาดผูกขาด
ถ้ารู้ว่า โครงการที่อยากทำอยู่ในตลาดสินค้าอะไร จะได้โมเดลสมมติฐานเงินสดรับ และเงินสดจ่ายออกมา อย่างง่ายๆ เช่น อยากทำร้านกาแฟ โครงการนี้อยู่ในตลาดแข่งขัน ใครๆก็ทำได้ ถ้าจะขยายยอดขายให้โตเป็นสองเท่า ทำได้โดยการเพิ่มสาขา อยากรวยจึงต้องขยายสาขา
ถ้ารู้ว่า โครงการอยู่ในตลาดผู้ขายน้อยราย อยากมีเงินเพิ่ม ด้วยการขึ้นราคาสินค้า ความยากจนจะเกิดตามมา เพราะคู่แข่งจะไม่ลดราคาตาม ส่วนแบ่งการตลาดจะหายไป กลยุทธ์เรื่องราคาในตลาดผู้ขายน้อยราย จึงใช้เรื่องการขึ้นราคาไม่ได้
ยกตัวอย่างมาเพื้อให้เห็นภาพ ว่าการรู้จักตลาดเป็นขั้นแรกของการวิเคราะห์โครงการ
จะทำโครงการอะไร ต้องถามถึงเรื่องตลาดก่อน เพื่อจะได้เห็นอนาคต ว่ารายได้ รายจ่ายจะเพิ่มขึ้นอย่างไร ที่นำไปสู่เงินเหลือที่เพิ่มมากขึ้น ทำโครงการประสบความสำเร็จจะได้กลายเป็นคนมีเงิน
2. เอาโครงการที่อยากทำ มาตั้งสมมติฐานว่า เงินจะเกิดขึ้นด้วยวิธีการใด ทำให้เห็นตัวเลขรายจ่าย และรายรับ เกิดเป็นแผนที่จะต้องสร้างเงิน จ่ายเงิน ตามกรอบเวลา ว่าจะทำเท่านี้ปี ชีวิตต้องพลิกผัน
ในขั้นตอนนี้ จะยังไม่รู้ว่า โครงการต้องลงทุนเท่าไร ต้องกู้เงินเท่าไร?

3. เอาสมมติฐานตัวเลขรับ จ่าย มาลงในตาราง cash flow ซึ่งเรื่อง cash flow ได้เขียนถึงมาพอประมาณแล้ว
Cash flow เมื่อทำเสร็จ จะบอกเงินทุน เงินกู้ โดยคนทำจะต้องมีความรู้เรื่องสัดส่วนเงินกู้ต่อเงินลงทุนทั้งโครงการ ว่าธนาคารปล่อยกู้ให้ประมาณ 70% โครงการ 10 ล้านบาท จึงต้องมีเงินทุนส่วนของเจ้าของ 3 ล้านบาท เงินกู้ 7 ล้านบาท
Cash flow ยังบอกเงินเหลือในแต่ละเดือน ทำให้รู้จุดค้มทุนของโครงการ ว่ากี่ปีจึงคืนเงินลงทุนได้ และกี่ปีจะใช้หนี้ธนาคารหมด จบโครงการสมมติว่า ปีที่ 10 จะเหลือเงินกองในบริษัทเป็นจำนวนเท่าไร จำนวนที่เหลือ เราพอใจ?
4. เอาตัวเลขใน cash flow มาคำนวณหาดัชนีชี้วัดความคุ้มค่าในการลงทุน ได้แก่ หา NPV IRR และ BCR ดูค่าว่า ทางวิชาการ โครงการตอบรับการลงทุน?
ถ้าตอบรับ ต้องถามใจตัวเองต่อว่า เราคนลงทุนรู้สึกเช่นไร?
เรื่องการตัดสินใจมันเหมือนกันกับเรื่องความรัก ในค่ำคืนที่เหงาๆ อยากมีใครซักคนมาอยู่เป็นเพื่อน แต่พอรุ่งขึ้น อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากสร้างครอบครัว เรื่องการตัดสินใจ จึงเป็นเรื่องของศิลปะ เป็นเรื่องของจิตใจ ต้องการการตกผลึกต่อข้อมูลใน Cash flow ให้นานพอ จึงจะตัดสินใจได้
5. ตัดสินใจลงทุน ว่าตกลงจะลุย ต้องตั้งบริษัทให้ได้ที่ทุนจดทะเบียนเท่าไร ต้องหาหุ้นส่วนกี่คน รวมแล้วต้องได้เงินทุนเข้ามาเสริมรวมกับที่เรามีเท่าไร
6. ออกเดินทางหาหุ้นส่วน เอา cash flow ไปโชว์ ไปโม้ ไปอวด ไปเชิญชวนว่า มาหุ้นกัน?
เรื่องราวการวิเคราะห์โครงการ ทำไปเพื่อตัดสินใจลงทุน และหาหุ้นส่วน ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง
โครงการอสังหาริมทรัพย์ เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง อยากทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ ต้องเก่งเรื่องการวิเคราะห์โครงการ จัดทำ cash flow
...CRE School 24/12/2565...