45

  มีคำถามมาจากผู้อ่าน เรื่องว่า คนลงทุนที่ไม่ได้มีเงินมาก ทำไมจึงแนะนำให้ถือหุ้น 26% ของทุนจดทะเบียน

  สมมติว่า โครงการรีสอร์ตเล็กๆ ใช้เงินลงทุน 10 ล้าน หากจะต้องใช้ทุนใหญ่กว่านี้ ก็สามารถใช้หลักการที่จะเขียนอธิบายนี้ไปประยุกต์ได้ คนที่อยากทำโครงการนี้ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินแค่ 1 ล้านบาท ขาดอยู่อีก 9 ล้านบาท จึงจะลงทุนทำโครงการนี้ได้ คนนี้พยายามดิ้นรนว่า ยังไงต้องสร้างโครงการ 10 ล้าน จากเงินที่มีแค่ 1 ล้านให้ได้

  เขาเป็นตัวตั้งตัวตี คิดริเริ่มสร้างสรรค์ วางแผนโครงการบนกระดาษ สุดท้ายออกมาเป็นแผนธุรกิจ สามารถเอาแผนที่ในแผนมี cash flow อธิบายโครงสร้างเงินทุนที่ต้องใช้ทุน 10 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 8 ปี สามารถคืนหนี้เงินกู้ 20 ล้านบาทได้หมด สรุปโครงการนี้ใช้เงินลงทุน 30 ล้านบาท

  ในแผนบอกความคุ้มค่าน่าลงทุน อ่านไปแล้วเคลิ้ม ว่าโครงการนี้สมควรลงทุนแบบสุดๆ

  ด้วยความที่คนนี้มีความรู้เรื่องบริษัทจำกัด หากปล่อยให้คนมีเงินมากที่ชวนเข้ามาร่วมลงทุนถือหุ้นได้ถึง 75% ของทุนจดทะเบียน เขาในฐานะตัวตั้งตัวตีจะสูญเสียอำนาจ ที่จะคานอำนาจมติพิเศษต่างๆ ที่สำคัญ อย่างเพิ่มทุนบริษัท ที่คนถือ 75% หากคิดจะฮุบบริษัท ก็จะทำการเพิ่มทุน ทำให้ตัวเขาสูญเสียสัดส่วนการถือครองหุ้นลงไป เขาจึงวางแผนการถือหุ้น 26% เพื่อไม่ให้ตัวเขาถูกยึดอำนาจ การถือต่ำกว่า 26% จะถูกยึดอำนาจในทุกกรณี นี่คือที่มาของตัวเลข 26% ที่แนะนำว่า คนไม่มีเงินมาก ต้องหาวิธีถือหุ้นให้ได้สัดส่วนนี้

  ย้อนกลับไปที่เงินในกระเป๋า ทั้งเนื้อทั้งตัวมี 1 ล้านบาท แต่คนนี้มีความรู้เรื่องว่า แผนธุรกิจทางบัญชี ถือเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน โครงการนี้ต้องใช้แผนธุรกิจเป็นแนวทางการบริหารจัดการ และบริหารการเงิน เขาเป็นคนทำแผน แล้วมอบให้บริษัทนำไปใช้ประโยชน์ เขาขอเอาแผนธุรกิจที่เขาทำนี้ตีราคาแลกหุ้น 3 แสนบาท ได้หุ้นมา 30,000 หุ้น หุ้นละ 10 บาท ยังขาดอีก 1.3 ล้าน เขาจะเอาอะไรมาแลกหุ้น

  ได้คำตอบว่า เขาเป็นตัวตั้งตัวตีสร้างสรรค์โครงการขึ้นมา ชวนหุ้นส่วนที่เป็นคนมีเงินมาก และอายุตอนนี้ก็ใกล้ 60 คนนี้ถือหุ้นใหญ่ก็จริง แต่คนนี้จะไม่เสียเวลามาเป็น MD คนที่ต้องเป็น MD ก็ต้องเป็นตัวเขา เขาคิดเงินเดือน MD เดือนละ 90,000 บาท แล้วตกลงกับบริษัทว่า จะขอรับเงินเดือนจริง 40,000 บาท และส่วนที่เหลืออีก 50,000 บาท เขาขอเอาไปแลกหุ้นของบริษัท เป็นระยะเวลา 26 เดือน รวมได้หุ้น 1.3 ล้านบาท

  รวมแล้วเขาลงทุนเงินสด 1 ล้านบาท ลงทุนด้วยแผนธุรกิจ 0.3 ล้านบาท และลงทุนด้วยเงินเดือน 1.3 ล้านบาท กลายเป็นเงินลงทุน 2.6 ล้านบาท ถือหุ้น 26%

  เขาเป็นคนมีฝัน อยากทำอะไรต้องทำให้ได้ เขารู้แก่ใจดีว่า เงินทุน 2.6 ล้านบาทของเขา จะคืนทุนตลอดระยะเวลา 8 ปี ด้วยเงินเดือน MD ตลอดระยะเวลาโครงการเป็นเงิน 8.64 ล้านบาท ( 96 เดือน คูณด้วย 90,000 บาท) เขาจึงทำความฝันให้เป็นความจริงได้อย่างปลอดภัย และได้ผลตอบแทนที่งดงามจากโมเดลนี้ ที่ใช้เงินคนอื่นมาทำให้เขารวย ถ้าเขาไม่มีความรู้ ไม่เข้าใจว่า แผนธุรกิจ และแรงงานเอามาแลกหุ้นได้ เขาจะคิดแนวทางนี้ไม่ออก

  เรื่องราวของคนมีฝัน อยากทำฝันให้เป็นจริง เงินสำคัญน้อยกว่าปัญญา

  ปิดท้ายการถือหุ้น 26% หากในอนาคต ผู้ถือหุ้นใหญ่ขัดแย้งกับตัวเขา บริษัทจะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าด้วยความลำบาก เขาสามารถใช้สิทธิผู้ถือหุ้นที่ถือ 26% ปั่นหัวผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ นำไปสู่การแตกหักที่มูลค่าหุ้น 26% ได้ราคาขายที่งดงาม เหมือนเป็นตัวแปรหลักพรรคร่วมรัฐบาล

  26% ดูเหมือนจะน้อย แต่ทรงอิทธิพล ถ้าเดินตามโมเดลนี้ มีแต่ผลประโยชน์ ไม่มีใครเอาเปรียบได้

  ปิดท้ายอีกที ถ้าโครงการกำไรขึ้นมา ประสบความสำเร็จ เขาก็ได้แบ่งกำไร 26% ได้เงินเดือนด้วย ได้แบ่งในฐานะหุ้นส่วนด้วย ดีกว่า ไม่ได้ทำโครงการ เพราะคิดแต่ว่า มีเงินไม่พอลงทุน โชคไม่เข้าข้าง

  จริงๆ แล้ว โชคเข้าข้างคนที่มีปัญญาเท่านั้น


45


...CRE School 16/12/2565...

สั่งสินค้าผ่านไลน์

Line ID : @sati.fpm

ติดตามช่องทางอื่น

Youtube : ชาย กิตติคุณาภรณ์ FPM