การทำงานคือการปฏิบัติธรรม
...เรื่องเล่าชีวิตวันนี้...
ตลอด 30 ปีมา ผมเจอ ผมรู้อะไร ผมจะเอาสิ่งที่รู้มาเขียนหนังสือขาย
แม้มันจะขายไม่ได้ ขายไม่ดีในยุคเริ่มต้น ก็ไม่เคยได้ใส่ใจ ยังคงเขียนเรื่องที่อยากรู้เรื่อยมา ไม่สนใจว่าจะเจ๊ง?
จริงๆแล้ว ผมไม่ได้มีอาชีพนักเขียน ผมมีอาชีพที่ปรึกษา ใช้หัว ใช้ปากเป็นสำคัญ
แต่การเขียนเป็นหนทางที่ทำให้ผมรู้จริง ผมจึงหยิบปากกาขึ้นมาเขียนเพื่อจะรู้จริงให้ได้
พอเขียนหนังสือไปนานๆ ก็พบเจอประสบการณ์หลุดเข้าไปในภวังค์ สัมผัสได้กับสมาธิ พาให้รู้จักสติ และได้เห็นคนข้างในลางๆ ที่สามารถพูดคุยกันได้แบบไม่ต้องออกเสียงกัน
สมาธิและสติได้พาปีติมา เป็นปีติที่เคยได้ยินคนพูดว่า ถ้านั่งสมาธิแล้วจะเจอ แต่กับการเขียนที่พาจิตโฟกัสไปที่ตัวอักษร เกิดการงานขึ้น ไม่ต้องทิ้งการทิ้งงานไปนุ่งขาวห่มขาว ที่ไม่เกิดงาน ไม่เกิดเงิน
หลังการเจอสมาธิ เจอสติ เจอคนข้างใน เจอปีติ ความสนใจเงินทองก็เริ่มลดลง มีอาการปล่อยวาง ใจเกิดอาการไม่ยึดมั่นถือมั่น แต่อยากทำงาน มีอาการขยันมาก ไม่ชอบการนอน เพราะการนอนเมื่อหลับไปแล้ว จะไม่มีโอกาสได้เจอปีติ ที่เกิดจากสมาธิ สติ ซึ่งมีความสุขมาก อาการนี้จะเรียกว่า อาการเสพติดก็น่าจะได้ เมื่อคนติดอะไรซักอย่าง มันจะอยู่กับสิ่งนั้นทั้งวันและทั้งคืน
บันทึกเอาไว้ว่า เคสแบบนี้ ก็น่าจะเข้าข่าย การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ที่ท่านพุทธทาส แห่งสวนโมกขพลาราม เฝ้าเพียรสอน อยากให้คนไปหาธรรมที่ซ่อนอยู่ในการงาน
ถ้าคนหาสิ่งที่ตัวเองรักให้เจอ ก็จะมีอาการเดียวกันนี้เกิดขึ้น จะรักการทำงาน ขยัน มีความสุข แม้ไม่มีเงิน แต่ในวันข้างหน้า เงินจะมาเอง (12/4/2554)

...16/03/2567...
.........