สามสิบปีบริษัทฉัน ตอน 6
...สามสิบปีบริษัทฉัน ตอน 6...
ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าคิดจะทำ แต่บางเรื่องก็อาจเป็นไปไม่ได้ เพราะมันมีข้อจำกัด อย่างการเปิดบริษัทที่ปรึกษาที่ฉันทำก็มาถึงจุดที่เจอตอ เดินต่อไม่ได้ เพราะเกือบจะปีแล้วยังหาลูกค้าไม่ได้ เวลานอน เวลากิน เวลามีความสุขสบายใจไม่มีเหลือให้มีชีวิตอย่างคนปกติ ทุกวินาทีใจสั่น ใจหวิว วิตกกังวล กลัวพ่ายแพ้ หรือเราจะทำไม่สำเร็จ ตอนนั้นฉันเพิ่งรู้ว่า ความขยันคืออย่างไร อย่างการขยันคิด ขยันค้น ขยันหาทาง ถูกทำแบบเอาจริงเอาจัง แล้วทำเพียงลำพังอีกด้วย
แล้ววันหนึ่ง ฉันก็คิดได้ว่า ฉันควรเขียนจดหมายบอกว่า FPM บริษัทฉันให้บริการอะไรบ้าง ถ้าเราบอกว่า ไม่มีเงินทุน อยากกู้เงินมาหาเรา เราจะเขียนแผนธุรกิจแล้วยังติดต่อขอเงินกู้ให้ หรือถ้าอยากจะร่วมทุนในกิจการ หาฉัน ฉันจะเขียนแผนธุรกิจให้ และออกเดินทางไปหาผู้ร่วมทุน ลากเขามาลงทุนให้สำเร็จ จดหมายถูกบรรจงเขียนอย่างดีมีเนื้อความหนึ่งหน้ากระดาษ ส่งไปยังรายชื่อบริษัทต่างๆ ทั่วประเทศไทยที่ตอนนั้นปี 2538 ฉันหาได้เป็นพันรายชื่อ มันเป็นหนังสือรวมรายชื่อบริษัทตามหมวดอุตสาหกรรม
ใจเต้นระรัว ใจมีความหวัง ส่งไปเป็นพัน น่าจะมีลูกค้าติดต่อมาซักราย คำนวณเงินค่าซอง ค่ากระดาษ ค่าไปรษณีย์ เกือบสี่พันบาท ต้องหมุนหาเงิน ใครจะเชื่อว่ายามไม่มีเงินมันไม่มีจริงๆ ที่ใจฉันสั่นตลอดเวลา เหตุนี้ก็มีส่วน ฉันกำลังจะร่วง เพราะถ้าหาลูกค้าไม่ได้ สิ้นเดือนต้องกู้เงินนอกระบบร้อยละ 3 ต่อเดือนเพิ่ม นาทีนั้นจากนิสัยที่ชอบพูด กลายเป็นคนเงียบ พูดเรื่องที่ควรพูด สงบให้มากๆเข้าไว้ ตอนนั้นฉันเริ่มรู้จักการอยู่กับตัวเอง การมีตัวเองเป็นเพื่อน และการพูดคุยขอคำปรึกษากับตัวเอง ไม่ขอคำปรึกษากับใครอีกแล้ว เพราะทุกคนบอกเหมือนกันหมดว่า ฉันสิ้นคิด ทำเรื่องที่คนปัญญาดีๆ เขาไม่ทำกัน ธุรกิจมีข้อจำกัด แต่โคตรดื้อรั้น
หลังส่งไปรษณีย์จดหมายเป็นพันซองเสร็จ ฉันก็เริ่มนับวันรอ รอการติดต่อของลูกค้า เมื่อไรหนอลูกค้าจะติดต่อมา แล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ฉันได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง พูดมาตามสายว่า มีโรงงานผลิตหลังคารถกระบะแบบแครี่บอย แครี่บอยทำอะไร โรงงานเธอทำได้แบบนั้น แต่ตอนนี้โรงงานขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องการหาผู้ร่วมทุน โรงงานอยู่ย่านลำลูกกา ปทุมธานี สนใจอยากใช้บริการ FPM ให้ FPM หาผู้ร่วมทุนให้
แค่จดหมายฉบับเดียวในพันฉบับที่ทรงพลานุภาพ ทะลุทะลวงเข้าไปถึงลูกค้าคนนี้ได้ และในอนาคตอันใกล้จะมาเป็นลูกค้ารายแรกของบริษัท แค่ความสำเร็จเล็กๆนี้ สำหรับฉันถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ฉันมีความหวังขึ้นมาว่า ฉันจะรอดตายแล้ว ความดีใจที่เป็นความดีใจจริงๆ มันมีรสชาติหวมหวาน สร้างความสุขขึ้นในใจอย่างไร ฉันเชื่อว่า เยอะเลยที่ไม่รู้จักความดีใจที่เป็นความดีใจจริงๆ ความดีใจชนิดนี้เรียกน้ำตาให้คลอเบ้าได้
หลังจากวางโทรศัพท์ เป้าหมายต่อไปคือ วันที่ต้องไปพบลูกค้า แค่วางโทรศัพท์เท่านั้น ใจก็สั่นแล้ว เรากำลังจะไปเจอลูกค้าในอีกไม่กี่วัน เราจะทำสำเร็จ? เราจะได้ลูกค้า? ทุกค่ำวันหลังจากวางโทรศัพท์ ใจมีแต่วันแรกที่พบลูกค้า
