ตั้งชื่อมันว่า “แผนธุรกิจโครงการ...”

📊 สิ่งที่เราอยากทำ แล้วสุดท้ายได้ทำจริงๆ กลายเป็นกิจการขึ้นมา สามารถออกแผนการเงิน หรือแผน Cash Flow ได้ หากย้อนเวลากลับไปในวันเริ่มต้นของโครงการที่อยากทำ จะพบว่า อาจย้อนเวลากลับไปหลายปี นั่นบอกเป็นนัยว่า เวลาหลายปีก่อนที่โครงการจะเกิดจริง มีการทำวิจัยและพัฒนาโครงการในรายละเอียดตลอดเวลา ซึ่งทางวิชาการเรียกว่า “การศึกษาความเป็นไปได้โครงการ” หรือ Project Feasibility Study ที่การศึกษาโดยเราเองย่อมต้องมีต้นทุน เช่น มีการซื้อตำรา เสียเวลาอ่าน มีการเดินทางออกไปดูงาน เสียค่าเดินทาง ค่ากิน ค่านอน มีการออกไปสัมนา หาความรู้ มีการออกไปเรียนปริญญาโทในสาขาที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่อยากทำ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีต้นทุน จึงสามารถคิดมูลค่ากับโครงการที่กำลังจะลงทุนทำจริงได้ เพราะเราเป็นผู้คลอดโครงการนี้ออกมา
📚 สมมติโครงการที่จะทำ ต้องใช้เงินซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ รวม 0.9 ล้านบาท และได้สรุปตัวเลขการลงทุนออกมาว่า เราลงทุน 0.4 ล้านบาท อีกคนลงทุน 0.5 ล้านบาท เราในฐานะตัวตั้งตัวตีคิดโครงการลงทุนนี้มา สามารถตีมูลค่าโครงการลงทุนนี้จำนวน 0.3 ล้านบาทได้ ซึ่งมูลค่าจำนวนนี้จะขอเอาไปแลกหุ้นของบริษัททั้งจำนวน ทำให้ได้หุ้นเพิ่มขึ้น 0.3 ล้านบาท รวมเป็น 0.7 ล้านบาท อีกคนลงทุนเท่าเดิมที่ 0.5 ล้านบาท กลายเป็นว่าเราถือหุ้นใหญ่กว่าแล้ว
📉 0.3 ล้านบาท ตั้งชื่อมันว่า “แผนธุรกิจโครงการ...” ถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน หักค่าเสื่อมราคาได้ในงบกำไรขาดทุน และบันทึกบัญชีเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนในงบดุล ทำให้ทุนของบริษัทเป็น 1.2 ล้านบาท มีสินทรัพย์เป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์ 0.9 ล้านบาท และเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 0.3 ล้านบาท มีหนี้สินของบริษัทเป็นศูนย์ ในวันแรกของการจดทะเบียนตั้งบริษัทขึ้นมา
📊 เรื่องสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกมาก มีโอกาสจะเขียนเล่าให้อ่านในหลากหลายแง่มุม
อาจารย์ชาย ...18/06/2565...
.........