ไม่มีนักเขียนคนไหนไม่คิดถึงคนอ่าน
...เรื่องเล่าชีวิตวันนี้...
คนเขียนหนังสือขาย ถ้าขายได้ ขายดีตอนที่นักเขียนกำลังกระหายความสำเร็จ คงเป็นอะไรที่มีความสุข สร้างกำลังใจให้อยากเขียนต่อไป
การเขียนหนังสือ สำหรับบางคนเป็นเหมือนลมหายใจ เป็นเหมือนการใช้ชีวิต มีกินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน นอน ตื่นมาทำกิจธุระ แล้ววนเวียนชีวิตอยู่ซ้ำเดิมแบบนี้ มีกิจกรรมเขียนหนังสือแทรกอยู่ตลอดทั้งวัน กินข้าวนั่งคิด จะทำอะไร ทบทวนการต่อเรื่องหนังสือที่เขียนค้างเอาไว้ บ่อยครั้งในยามค่ำคืน ตื่นมาเขียนต่อ เพราะจู่ๆ คิดออกตอนดึกสงัด
หนังสือจะว่าไปแล้ว ก็เหมือนเป็นชีวิต รู้อะไร หยิบมาเขียน จะเขียนขายก็ดี เขียนเก็บเอาไว้ก็ดี เผื่อยามจากโลกไป จะได้ทิ้งคุณงามความดีให้โลก ไม่อายวัวควาย ที่ยังทิ้งเขาให้คนรุ่นหลังได้คิดถึง ระลึกเรื่องมรณานุสติ นำทางคนให้ได้ดี
คนเขียนหนังสือ มีคนบอกว่า มีโลกส่วนตัว ฉันว่า เป็นความจริง โลกของนักเขียน เขียนเพื่อตัวเอง และผู้อื่น ไม่มีนักเขียนคนไหนไม่คิดถึงคนอ่าน เขาอยากให้คนอ่านได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะเหตุนี้นี่เอง เขาจึงเขียนตัวอักษรทิ้งไว้ให้โลก
วันนี้มีคนมาเหมาซื้อหนังสือที่ฉันเขียนทุกเล่ม ฉันปลื้มปีติ ไม่ได้ดีใจกับการขายอะไรหรอก ฉันกลับเกรงใจคนซื้อ กระซิบพูดกับตัวเองตลอดว่า ขอให้คนที่เห็นค่าตัวอักษรของฉัน จงเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป มีสุขภาพกาย ใจ แข็งแรง คิดหวังสิ่งใด ขอให้สมความปรารถนา ฉันเองเมื่อจากโลกไป จะไปคอยช่วยเหลือ

...30/4/67...
.........